บันทึกเลย-เชียงคาน-ภูกระดึง
ตอนที่ (
1
2
3
)
เสาร์ 23 พ.ย.
ตอนเช้ามืด เห็นดาวดวงนึงใหญ่มาก อยู่เบื้องหน้า ออกเดินตามทางเล็กๆ
แถวเรียงหนึ่งกันไป
จุดหมายคือ ผานกแอ่น ระยะทาง 2.1 กม ระหว่างเดินไป ปลายฟ้าเริ่มมีแสงทองทับทิม
(ระหว่างเดินไปผานกแอ่น)
เช้านี้ โชคดีที่ไม่เป็นไข้ ถึงจะง่วงบ้างแต่ก็รู้สึกสดชื่น คงได้อากาศดีๆ
เข้าไปเยอะ
เดินไปจนถึงผานกแอ่น ผู้คนคึกคักทีเดียว ผมเลี่ยง ออกมา ทางด้านที่สงบๆหน่อย
แสงทองเริ่มเรืองรองขึ้นช้าๆ ที่ขอบฟ้า ตามด้วย แสงสีส้มทับทิมเข้มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
แล้ว ดวงอาทิตย์สุกแดง กลมโต ปรากฏขึ้น เบื้องล่างเป็นทะเลหมอก
เคลื่อนไหวช้าๆ เหมือนสายธาร สีขาวบริสุทธิ์


(อาทิตย์เช้าวันใหม่)
นั่งอาบแสงตะวันยามเช้าพักใหญ่ ที่ริมผา ก่อนจะเดินกลับ
มาตั้งหลักใหม่บริเวณที่พัก

(บริเวณกางเต้นท์)
กินกาแฟ และ อาหารเช้า ใกล้ทีพัก อาบน้ำเย็นเฉียบอย่างกับอาบน้ำแข็ง
แล้วก็เดิน ไปเที่ยวตามจุดต่างๆ เดิน เดิน เดิน ที่แห่งนี้เป็นโลกแห่งการเดิน
ทั้งวัน
ผ่านน้ำตกหลายแห่ง แวะ พักที่ริมธารบ้าง ทุ่งกว้างใต้ต้นสนบ้าง ริมผาบ้าง โขดหินบ้าง

(น้ำตกวังกวาง)

(พบเห็ดนาๆชนิดระหว่างทาง)

(บางช่วงของทางเดิน)
ตกเย็น นั่งกินข้าวที่ ริมผานาน้อย มองเห็นหมู่บ้าน ข้างล่างไกลลิบๆ
สั่งข้าวไข่เจียวใส่ผักจานใหญ่ มันฝรั่งทอด เม็ดมะม่วงหิมพานอบเนย
กับ ขนมน้ำแข็งใส่ โค๊ก และ ไวน์เล็กน้อย อาหารง่ายๆ เวลาหิวอย่างนี้
ก็เป็นอาหารอร่อยที่สุดในโลก(ของผม)

(ข้างล่างเป็นหมู่บ้านนาน้อย อ.ภูกระดึง)
วิวที่ริมผานาน้อย
แล้วก็เดินไปที่ผาหมากดูก พระอาทิตย์ เริ่มจะตกดิน และ ลับฟ้า
สังเกตที่ว่าข้างทางที่เป็นดิน โคลน จะเห็นรอยเท้าสัตว์ จำนวนมาก

กลับไปจัดเต้นใหม่ เมื่อเช้าได้เช่าผ้านวมผืนใหญ่มาด้วย คืนนี้
คงจะนอนอุ่นขึ้นหละ
แต่เช้ามืดก็ต้องหนาวจนตื่นขึ้นมาอีกเหมือนเดิม และคืนนี้อากาศหนาวเหน็บ
กว่าเมื่อวาน ตัวอุ่น ขึ้นเพราะผ้านวมหนา แต่ รูจมูก กับ อากาศที่หายใจเข้าไปนี้สิ
มันเย็นเฉียบเลย
อาทิตย์ 24 พ.ย.
เช้าวันใหม่ ตื่นมาเก็บเต็นท์ เป้ สัมภาระ เริ่มเดินทาง
9.30 ไปอีกเส้นทางหนึ่ง ผ่านผานางแอ่น และเดินต่อไปตามทางเล็กๆ
ชั่วโมงผ่านไป
ระหว่างทางไม่พบใครเดินมาทางนี้เลย
เดินบรรเลง ฮาโมนิก้า คลอเคล้า เสียงหมู่แมลง ไปตามเส้นทางเปลี่ยว
ทางเส้นนี้มาบรรจบที่ ใกล้ๆผาแป ซึ่งเป็นทางขึ้น-ลงภู
ก็เริ่มพบคน เดินสัญจร กันขวักไขว่ ทันที

11.00 ถึงหลังแป แล้วก็ เริ่มเดินลงเขา
รองเท้าหนัง ที่เริ่มปริ ตั้งแต่ช่วงเดินขึ้นเขา เริ่มเปิดเปิง
หนักขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุดใส่ไม่ได้
(ยับเยิน)
เกือบสามโมง ถึงพื้นราบเชิงเขาด้วยความอ่อนล้า โรยแรง
พักกินข้าว แล้วนั่งรถสองแถว ไปลงที่ผานกเค้า 16.40นั่งรถทัวร์ต่อไป
อ.เชียงคานจังหวัดเลยอีกครั้งไปถึงตอนเย็นๆ ค่ำๆ แล้วก็เดินไป พักเกสเฮ้าส์
ริมแม่น้ำโขง
ตอนเช้าจันทร์ 24พ.ย.ไปเดินตลาดเช้า และ แวะไปที่แก่งคุ้ดคู้ ก่อนจะ
ไปตามเส้นทางขอบชายแดน เลาะแม่น้ำโขง มุ่งหน้าไปสู่ จังหวัด หนองคาย
(ทุ่งนาป่าเขา)
พบกันใหม่ครับ
www.siam4.com/travel
www.santipap.com
webmaster@santipap.com